รมว.สุริยะฯ เยือน EEC กำชับทุกหน่วยงานร่วมบริหารจัดการน้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

วันนี้(17 พ.ค.69) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์     พร้อมด้วยนายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำและการเตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝนปี69 พื้นที่จังหวัดจันทบุรี ณ โครงการคลองระบายน้ำภักดีรำไพอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี โดยมี นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน นายฐนันดร์ สุทธิพิศาล รองอธิบดีกรมชลประทาน  นายทินกร  เหลือล้น ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่9  ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานราชการและผู้เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย
สำหรับภาพรวมสถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำหลักทั้ง 6 แห่งในจังหวัดจันทบุรี มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 189 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือคิดเป็นร้อยละ 50 ของความจุอ่างฯรวมกัน ยังคงมีพื้นที่ว่างเพียงพอสำหรับรองรับปริมาณฝนที่จะตกลงมาในช่วงเดือน พ.ค. - ต.ค. นี้ได้อย่างเต็มศักยภาพ พร้อม วางแผนบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูฝนนี้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ควบคู่ไปกับการกักเก็บไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งหน้าอย่างเพียงพอ
ต่อจากนั้น รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะเดินทางต่อไปยังอ่างเก็บน้ำประแสร์ อำเภอวังจันทน์ จังหวัดระยอง เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(EEC) ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา
ปัจจุบัน(17 พ.ค.69) พื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(EEC) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 505 ล้าน ลบ.ม.หรือคิดเป็นร้อยละ 37 ของความจุอ่างฯรวมกัน  จากการติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด พบว่าปรากฏการณ์เอลนีโญ อาจส่งผลให้เกิดภาวะฝนน้อยกว่าค่าปกติในบางช่วงเวลา  กรมชลประทาน  จึงได้เตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินการผันน้ำระหว่างแหล่งน้ำต้นทุนต่าง ๆ ไปเก็บสำรองไว้ในอ่างเก็บน้ำที่มีระบบเชื่อมโยงกันในพื้นที่ EEC ซึ่งปัจจุบันได้สูบผันน้ำแล้วกว่า 27 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อเสริมความมั่นคงด้านน้ำและรองรับความต้องการใช้น้ำของประชาชน ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเกษตรได้อย่างเพียงพอ พร้อมลดความเสี่ยงจากปัญหาการขาดแคลนน้ำที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต 
ในการนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมด้านเครื่องจักร เครื่องมือ และกำลังเจ้าหน้าที่ให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที เพื่อช่วยลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด

Comments

Popular posts from this blog

สส.ชสอ. ก้าวสู่ปีที่ 15 จัดประชุมใหญ่ฯ 68 แจงผลการดำเนินงาน ย้ำความเชื่อมั่นให้สมาชิกมั่นคง โปร่งใส ตรวจสอบได้

สศร.เผยยอดผู้เข้าชมงาน “Thailand Biennale, Phuket 2025” ช่วงกว่า 2 เดือน พุ่งกว่า 1.2 ล้านคน

สศร.ประกาศผล 5 ทีมสุดท้ายเข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพนักออกแบบรุ่นใหม่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 และแข่งขันในรายการชนช้างกราฟิก ปีที่ 11 ณ หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน กรุงเทพฯ